ความรู้ · หลักวิทยาศาสตร์เบื้องหลัง FreshTrap

สาร 1-MCP (1-เมทิลไซโคลโพรพีน) คืออะไร

สาร 1-MCP (1-เมทิลไซโคลโพรพีน) คือก๊าซสังเคราะห์โมเลกุลเล็กที่ใช้ชะลอการสุกของผลไม้ และชะลอการเหี่ยวของผักและไม้ตัดดอก หลักการคือ เอทิลีน (ethylene) ฮอร์โมนพืชที่สั่งให้ผลผลิตสุกและเหี่ยว ต้องเข้าไปจับ “ตัวรับเอทิลีน” ในเนื้อเยื่อพืชก่อนจึงจะส่งสัญญาณได้ 1-MCP ซึ่งเป็นสารยับยั้งเอทิลีนจะเข้าไปจับตัวรับนี้ไว้ก่อน ผลผลิตจึงไม่ตอบสนองต่อสัญญาณการสุกไปช่วงหนึ่ง

ในการใช้งานหลังการเก็บเกี่ยว 1-MCP ได้ผลเฉพาะในพื้นที่ปิด เช่น กล่องที่ปิดสนิท ห้องเย็น หรือตู้คอนเทนเนอร์ และผลที่ได้คือการชะลอ ไม่ใช่การหยุด

ซีเอชโอเอ็น เคมีคอล สังเคราะห์ 1-MCP ในประเทศไทย และจำหน่ายในชื่อ FreshTrap ซอง 0.03% ซองละ 0.5 กรัม

ดูข้อมูล FreshTrap ความปลอดภัยและการขึ้นทะเบียน

CAS 3100-04-7

ชะลอ ไม่ใช่หยุดถาวร

สรุปสั้นๆ

1-MCP คืออะไร สรุปใน 6 ข้อ

ฉบับย่อ แต่ละข้อกดอ่านรายละเอียดต่อในหัวข้อด้านล่างได้

คืออะไร

1-เมทิลไซโคลโพรพีน (1-MCP, CAS 3100-04-7) ก๊าซสังเคราะห์โมเลกุลเล็กที่เข้าไปจับตัวรับเอทิลีนของพืช

ชะลออะไร

ชะลอการทำงานของเอทิลีน ฮอร์โมนพืชตามธรรมชาติที่สั่งให้ผลผลิตและดอกไม้สุกและเหี่ยว

ได้ผลนานแค่ไหน

1-MCP ชะลอการสุก ไม่ใช่หยุดถาวร เพราะพืชสร้างตัวรับใหม่ได้ตามเวลา (Hu et al. 2017)

ใช้ได้ที่ไหน

ในการใช้งานหลังการเก็บเกี่ยว ได้ผลเฉพาะในพื้นที่ปิด เช่น กล่องที่ปิดสนิท ห้องเย็น หรือตู้คอนเทนเนอร์ รม 12–24 ชั่วโมง

พืชชนิดใดตอบสนอง

ผลไม้ที่สุกต่อได้หลังเก็บเกี่ยว (climacteric) และไม้ตัดดอกที่ไวต่อเอทิลีน แต่ 1-MCP ไม่ช่วยผลไม้ที่ไม่สุกต่อหลังเก็บเกี่ยว (non-climacteric)

ต่างจากสารอื่นอย่างไร

ซองดูดเอทิลีนดึงเอทิลีนออกจากอากาศ สารบ่มเติมเอทิลีนเข้าไป ส่วน 1-MCP ยับยั้งการตอบสนองต่อเอทิลีน

สถานะของสารนี้ในแต่ละตลาดสรุปไว้ในหัวข้อสถานะในต่างประเทศ

กล้วยหลังเก็บรักษาในสภาวะเดียวกัน: ชุดควบคุมสุกเป็นสีเหลือง (ซ้าย) ชุดที่รม FreshTrap ยังเขียว (ขวา) การทดสอบภายในของบริษัท

การทดสอบภายในของบริษัท

ผลผลิตชนิดเดียวกัน เก็บที่เดียวกัน วันเดียวกัน

กล้วยที่เก็บในสภาวะเดียวกันเป็นเวลาเท่ากัน ชุดควบคุมที่ไม่ได้รมสุกเหลืองแล้ว (ซ้าย) ส่วนชุดที่รม FreshTrap ยังเขียวอยู่ (ขวา)

ชุดควบคุมและชุดที่รม FreshTrap เก็บในสภาวะเดียวกัน ถ่ายภาพตั้งแต่วันที่ 0 ผลที่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดพืชและสภาพการเก็บรักษา

สัญญาณการสุก

เอทิลีน: ฮอร์โมนพืชที่สั่งให้ผลผลิตสุก

ผลไม้สุก ผักเหลือง ดอกไม้เหี่ยว เพราะก๊าซเอทิลีนเข้าไปจับตัวรับแล้วส่งสัญญาณการสุก

เอทิลีนเป็นก๊าซ ผลผลิตสร้างเอทิลีนขึ้นเอง และยังตอบสนองต่อเอทิลีนในอากาศรอบตัวด้วย ผลไม้ลูกที่เริ่มสุกจึงเร่งให้ลูกอื่นที่บรรจุอยู่รอบๆ สุกตามไปได้ เมื่อเอทิลีนเข้าจับตัวรับในเนื้อเยื่อพืช สัญญาณการสุกก็เริ่มทำงาน ผลไม้เนื้อนิ่มลงและเปลี่ยนสี ใบเหลือง ส่วนดอกไม้เหี่ยว กลีบดอกซีด และดอกร่วง

ทุเรียน มังคุด มะม่วง กล้วย และมะละกอ เป็นผลไม้ที่สุกต่อได้หลังเก็บเกี่ยว และเอทิลีนเป็นตัวขับการสุกนั้น สำหรับผู้ส่งออก ทุกวันที่ผ่านไปตั้งแต่โต๊ะคัดบรรจุจนถึงชั้นวางสินค้าของผู้ซื้อ คือวันที่ผลไม้สุกมากขึ้นอีกหนึ่งวัน 1-MCP ไม่ได้ดึงเอทิลีนออกไป แต่ทำให้ผลผลิตไม่ตอบสนองต่อเอทิลีนอยู่ช่วงหนึ่ง

หลักการทำงาน

สาร 1-MCP ทำงานอย่างไร: เข้าจับตัวรับเอทิลีนไว้ก่อน

1-MCP จัดเป็นสารยับยั้งเอทิลีน หรือสารยับยั้งการทำงานของเอทิลีน สารนี้ออกฤทธิ์ที่ตัวรับ ไม่ได้ทำงานในอากาศ โดยเข้าไปจับตัวรับเอทิลีนของพืชไว้ สัญญาณการสุกจึงถูกชะลอ ไม่ว่าเอทิลีนจะมาจากอากาศรอบผลผลิตหรือจากตัวผลผลิตเองก็ตาม

  1. เอทิลีนส่งสัญญาณ

    เอทิลีนเข้าจับตัวรับในเนื้อเยื่อพืช ผลไม้จึงสุก ใบเหลือง หรือดอกไม้เหี่ยว

  2. 1-MCP เข้าจับตัวรับแทน

    1-MCP จับกับตัวรับเอทิลีนได้แน่นกว่าเอทิลีนประมาณ 10 เท่า (Blankenship & Dole 2003) ตราบใดที่ 1-MCP ยังจับตัวรับอยู่ เอทิลีนก็เปิดสัญญาณการสุกไม่ได้

  3. ตัวรับใหม่ทำให้สัญญาณกลับมา

    ในวันต่อๆ มา พืชสร้างตัวรับใหม่ขึ้น (Hu et al. 2017) การสุกจึงเดินหน้าต่อ นี่คือเหตุผลที่ 1-MCP ชะลอการสุก ไม่ใช่หยุดถาวร

1-MCP เป็นโมเลกุลเดียวกันไม่ว่าใครจะผลิต สิ่งที่ต่างกันระหว่างผลิตภัณฑ์ 1-MCP แต่ละยี่ห้อคือ ปริมาณสารที่ระบุไว้บนฉลาก ความพิถีพิถันในการผลิตและการตรวจสอบ ตัวพาที่กักเก็บก๊าซและวิธีปลดปล่อย และปริมาณการใช้ ส่วนความแน่นในการจับตัวรับนั้นเท่ากันทุกยี่ห้อ

ภาพแผนผัง ไม่ได้ย่อตามสัดส่วนจริง ข้อมูลการจับตัวรับ: Blankenship & Dole (2003) การสร้างตัวรับใหม่: Hu et al. (2017)

ดูข้อมูล FreshTrap

1-MCP ชะลอสัญญาณการสุกได้อย่างไร และทำไมผลจึงเป็นการชะลอ ภาพ 3 ช่อง ซ้าย: โมเลกุลเอทิลีนเข้าจับตัวรับเอทิลีนของพืช สัญญาณการสุกจึงทำงาน กลาง: 1-MCP จับตัวรับไว้ก่อน เอทิลีนเข้าจับไม่ได้ สัญญาณการสุกจึงถูกชะลอ ขวา: หลายวันต่อมา พืชสร้างตัวรับใหม่ที่ยังว่างอยู่ เอทิลีนเข้าจับได้ สัญญาณจึงกลับมา 1 · ไม่ใช้ 1-MCPเอทิลีน (C₂H₄)ตัวรับเอทิลีนสัญญาณการสุกทำงาน 2 · ใช้ 1-MCP1-MCPสัญญาณถูกชะลอ 3 · หลายวันต่อมาตัวรับใหม่สัญญาณกลับมา 1-MCP ชะลอสัญญาณการสุกได้อย่างไร และทำไมผลจึงเป็นการชะลอ ภาพ 3 ช่อง ซ้าย: โมเลกุลเอทิลีนเข้าจับตัวรับเอทิลีนของพืช สัญญาณการสุกจึงทำงาน กลาง: 1-MCP จับตัวรับไว้ก่อน เอทิลีนเข้าจับไม่ได้ สัญญาณการสุกจึงถูกชะลอ ขวา: หลายวันต่อมา พืชสร้างตัวรับใหม่ที่ยังว่างอยู่ เอทิลีนเข้าจับได้ สัญญาณจึงกลับมา 1 · ไม่ใช้ 1-MCPเอทิลีน (C₂H₄)ตัวรับเอทิลีนสัญญาณการสุกทำงาน 2 · ใช้ 1-MCP1-MCPสัญญาณถูกชะลอ 3 · หลายวันต่อมาตัวรับใหม่สัญญาณกลับมา
ภาพแผนผัง ไม่ได้ย่อตามสัดส่วนจริง

พื้นที่ปิด

1-MCP ใช้อย่างไร: รมเป็นก๊าซในพื้นที่ปิด

ในการใช้งานหลังการเก็บเกี่ยว 1-MCP ได้ผลเฉพาะในพื้นที่ปิด เช่น กล่องที่ปิดสนิท ห้องเย็น หรือตู้คอนเทนเนอร์ รม 12–24 ชั่วโมงแล้วเก็บหรือขนส่งตามปกติ

ดูวิธีใช้งาน
  1. เก็บก๊าซไว้จนถึงเวลาใช้

    ก๊าซเก็บไว้ในซองเฉยๆ ไม่ได้ ใน FreshTrap 1-MCP จึงถูกกักเก็บไว้ในผงแอลฟา-ไซโคลเด็กซ์ทริน และปลดปล่อยออกมาเมื่อโดนความชื้น เพียงฉีดน้ำให้ซองเปียก ก๊าซก็เริ่มปล่อยออกมา

  2. ปล่อยก๊าซในพื้นที่ที่ปิดสนิท

    ในกล่องที่ปิดสนิท ห้องเย็น หรือตู้คอนเทนเนอร์ ก๊าซจะอยู่รอบผลผลิต และเข้าถึงผลไม้ทุกลูกและดอกไม้ทุกช่อ รม 12–24 ชั่วโมง

  3. เปิดระบาย แล้วเก็บและขนส่งตามปกติ

    หลังการรม เปิดกล่อง ห้อง หรือตู้ให้อากาศถ่ายเท ก๊าซจะระเหยออกไป จากนั้นเก็บรักษาและขนส่งตามปกติ

ในที่โล่ง ก๊าซจะฟุ้งกระจายหายไปก่อนถึงผลผลิต การรมจึงต้องทำในพื้นที่ปิด เมื่อ US EPA (สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา) ขึ้นทะเบียนสาร 1-MCP ครั้งแรกในเดือนเมษายน 1999 การขึ้นทะเบียนครั้งนั้นก็กำหนดให้ใช้ในพื้นที่ปิดเท่านั้น ปริมาณการใช้ขึ้นกับปริมาตรของพื้นที่ปิด ชนิดพืช และระยะเวลาขนส่ง — เราออกแบบปริมาณร่วมกับคุณ ขั้นตอนการใช้ซองแบบละเอียดอยู่ในหน้าวิธีใช้งาน FreshTrap

ข้อจำกัด

1-MCP ชะลอการสุก ไม่ได้หยุดการสุก

1-MCP ชะลอการสุก ไม่ใช่หยุดถาวร เพราะพืชสร้างตัวรับใหม่ได้ตามเวลา ผลของการรมจึงค่อยๆ หมดไป

ตัวรับใหม่ทำให้สัญญาณกลับมา

หลังการรม พืชจะค่อยๆ สร้างตัวรับเอทิลีนขึ้นใหม่ และการสุกก็เดินต่อ (Hu et al. 2017) ผลไม้ที่รมแล้วจึงยังสุกได้ เพียงแต่สุกช้าลง และไปสุกเมื่อถึงมือผู้ซื้อ

งานวิจัยที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับสาร 1-MCP ไม่ใช่ผลทดสอบของ FreshTrap — Hu et al. 2017, BioResources 12(1):2234–2248

เป้าหมายคือชะลอ ไม่ใช่ปิดกั้น

สำหรับผลไม้ส่วนใหญ่ ปริมาณการใช้และจังหวะเวลาต้องชะลอการสุกโดยไม่ปิดกั้นการสุก (Watkins 2008) ถ้าใช้มากเกินไปหรือผิดจังหวะ ผลไม้อาจสุกไม่พร้อมกัน กล้วยเป็นตัวอย่างที่รู้จักกันดี (Wasala et al. 2021) เราจึงไม่เผยแพร่ตารางปริมาณการใช้

งานวิจัยที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับสาร 1-MCP ไม่ใช่ผลทดสอบของ FreshTrap — Watkins 2008, HortScience 43:86–94; Wasala et al. 2021, Asian Res. J. Agric. 14(1):44–56

ความแก่อ่อน สายพันธุ์ และอุณหภูมิเป็นตัวกำหนดผล

ผลของการรมขึ้นอยู่กับความแก่อ่อนของผลผลิต ปริมาณการใช้ สายพันธุ์ อุณหภูมิ บรรจุภัณฑ์ และจังหวะเวลา (Satekge & Magwaza 2022) เมื่อรวมผลจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ 292 ชิ้นเกี่ยวกับผลไม้ที่สุกต่อได้หลังเก็บเกี่ยว การรมที่ประมาณ 1 µL/L (1 ppm) นาน 12–24 ชั่วโมงให้ผลดีกว่าเงื่อนไขอื่น ส่วนผลไม้บางชนิด รวมถึงมะม่วง ให้ผลไม่สม่ำเสมอเท่าผลไม้อื่น (Zhang et al. 2020) ตัวเลขเหล่านี้เป็นปริมาณที่นักวิจัยใช้ในสภาวะของงานวิจัยนั้น ไม่ใช่คำแนะนำการใช้ FreshTrap

งานวิจัยที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับสาร 1-MCP ไม่ใช่ผลทดสอบของ FreshTrap — Satekge & Magwaza 2022, Int. J. Fruit Sci. 22:595–607; Zhang et al. 2020, Hortic. Res. 7:208

ไม่ได้ควบคุมการเน่าเสีย

1-MCP ชะลอการสุกและการเสื่อมสภาพ แต่ไม่ได้ควบคุมการเน่าเสีย (Watkins 2006) ยังต้องคุมอุณหภูมิ รักษาความสะอาด และจับถืออย่างระมัดระวังเหมือนที่ทำอยู่ การรมเป็นส่วนเสริม ไม่ได้มาแทนสิ่งเหล่านี้

งานวิจัยที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับสาร 1-MCP ไม่ใช่ผลทดสอบของ FreshTrap — Watkins 2006, Biotechnol. Adv. 24:389–409

พูดกันตรงๆ

พืชชนิดใดตอบสนองต่อ 1-MCP และชนิดใดไม่ตอบสนอง

1-MCP ชะลอได้เฉพาะสิ่งที่เอทิลีนเป็นตัวขับ จึงได้ผลกับผลไม้ที่สุกต่อได้หลังเก็บเกี่ยวและไม้ตัดดอกที่ไวต่อเอทิลีน แต่ไม่ช่วยผลไม้ที่การสุกไม่ได้ขึ้นกับเอทิลีน

การใช้งานตามชนิดพืช

ตอบสนอง

ผลไม้ที่สุกต่อได้หลังเก็บเกี่ยว (climacteric)

ทุเรียน มังคุด มะม่วง กล้วย และมะละกอ ยังสุกต่อหลังเก็บเกี่ยว และเอทิลีนเป็นตัวขับการสุก จึงมีสัญญาณให้ 1-MCP ชะลอได้ ดูคู่มือรายพืช: ทุเรียน และกล้วย

ตอบสนอง

ไม้ตัดดอกที่ไวต่อเอทิลีน

เช่น กล้วยไม้สกุลหวาย (Dendrobium) ม็อคคาร่า (Mokara) และแวนด้า (Vanda) กล้วยไม้ตัดดอกคือกลุ่มที่ใช้ 1-MCP ในเชิงพาณิชย์อยู่แล้วในประเทศไทย ดูที่หน้าไม้ตัดดอกและกล้วยไม้

แตกต่างกัน

ไม้ดอกแต่ละสายพันธุ์ตอบสนองไม่เท่ากัน

การตอบสนองต่างกันไปตามสายพันธุ์ งานวิจัยที่ตีพิมพ์พบว่ากล้วยไม้สกุลหวาย 'Red Sonia' มีอายุการปักแจกันเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย (Sapbua et al. 2013) และกุหลาบบางสายพันธุ์ไม่ได้อายุการปักแจกันเพิ่มขึ้นเลย (Moody et al. 2014)

งานวิจัยที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับสาร 1-MCP ไม่ใช่ผลทดสอบของ FreshTrap — Sapbua et al. 2013; Moody et al. 2014

หลักฐานยังไม่ตรงกัน

ผักใบและสมุนไพร

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ให้ผลไม่ตรงกัน ผักกาดขาวไม่ได้อายุการเก็บรักษาเพิ่มขึ้น (Porter et al. 2005) และผักใบมักได้ประโยชน์เฉพาะเมื่ออยู่ในสภาวะเครียดจากความร้อนหรือจากเอทิลีน (Watkins 2008) ผลการทดสอบกับผักของเราเองรายงานแยกไว้เป็นผลการทดสอบภายในของบริษัท ที่หน้าผักและสมุนไพร

งานวิจัยที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับสาร 1-MCP ไม่ใช่ผลทดสอบของ FreshTrap — Porter et al. 2005; Watkins 2008

ไม่ช่วย

ผลไม้ที่ไม่สุกต่อหลังเก็บเกี่ยว (non-climacteric)

1-MCP ไม่ช่วยผลไม้ที่ไม่สุกต่อหลังเก็บเกี่ยว เช่น ลำไย เงาะ มะพร้าวน้ำหอม ส้ม และสตรอว์เบอร์รี เพราะการสุกของผลไม้กลุ่มนี้ไม่ได้ขึ้นกับเอทิลีน งานวิจัยที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับผลไม้กลุ่มนี้พบว่า ผลของ 1-MCP มีน้อย และส่วนใหญ่เกิดกับเนื้อเยื่อสีเขียว (Li et al. 2016) ส่วนในเกรปฟรุต 1-MCP ชะลอการเปลี่ยนสีเปลือกจากเขียว แต่กลับทำให้อัตราการหายใจและการสร้างเอทิลีนสูงขึ้น (McCollum & Maul 2007)

งานวิจัยที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับสาร 1-MCP ไม่ใช่ผลทดสอบของ FreshTrap — Li et al. 2016; McCollum & Maul 2007

เชิญทดลองใช้

ไม่แน่ใจว่าพืชของคุณตอบสนองไหม

ทดลองแบบวางเทียบกันดูก่อน ชุดควบคุมกับชุดที่รมบรรจุวันเดียวกันและเก็บแบบเดียวกัน ขอทดลองใช้กับผลผลิตจริง

สามอย่างที่มักสับสนกัน

1-MCP ต่างจากซองดูดเอทิลีนและสารบ่มอย่างไร

1-MCP ยับยั้งการตอบสนองต่อเอทิลีน ต่างจากซองดูดเอทิลีน (ด่างทับทิม) ที่ดูดซับเอทิลีนในอากาศ และต่างจากสารบ่ม (อีทีฟอน) ที่เร่งการสุก

FreshTrap ทำงานอย่างไร
เปรียบเทียบ 1-MCP ซองดูดเอทิลีน และสารบ่ม
1-MCP (สารยับยั้งเอทิลีน)ซองดูดเอทิลีนสารบ่ม
ตัวอย่างFreshTrap และผลิตภัณฑ์ 1-MCP อื่นๆซองด่างทับทิม (KMnO₄) และถ่านกัมมันต์อีทีฟอน และก๊าซเอทิลีน
ทำงานอย่างไรเข้าจับตัวรับเอทิลีนในผลผลิต เนื้อเยื่อจึงไม่ตอบสนองต่อเอทิลีนดูดซับเอทิลีนออกจากอากาศรอบผลผลิตเติมเอทิลีนเพื่อเริ่มการสุก
ผลต่อการสุกชะลอการสุกอาจช่วยชะลอได้ โดยคุมเอทิลีนในอากาศให้ต่ำเริ่มหรือเร่งการสุก
เอทิลีนที่ผลผลิตสร้างขึ้นเองยับยั้งการตอบสนองต่อเอทิลีนส่วนนี้ด้วยเข้าไม่ถึงเอทิลีนในเนื้อผลผลิต ลดได้เฉพาะส่วนที่อยู่ในอากาศเติมเอทิลีนเข้าไปอีก
วิธีใช้ปล่อยก๊าซปริมาณเล็กน้อยครั้งเดียว โดยทั่วไปรม 12–24 ชั่วโมงในพื้นที่ปิดวางไว้ในบรรจุภัณฑ์ตลอดการขนส่ง และดูดซับได้น้อยลงเรื่อยๆ ตามเวลาจุ่ม พ่น หรือรมก๊าซในห้องบ่ม
ใช้ตอนไหนก่อนเก็บรักษาและขนส่ง เพื่อชะลอการสุกและการเหี่ยวการขนส่งระยะไกลและการขนสินค้าหลายชนิดรวมกันในห้องบ่ม เช่น บ่มกล้วยและมะม่วง

แหล่งข้อมูลของคอลัมน์ 1-MCP: เอกสารข้อเท็จจริงเรื่อง 1-MCP ของ US EPA; Watkins 2006; Blankenship & Dole 2003

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: แหล่งข้อมูลภาษาไทยหลายแห่งเขียนว่า 1-MCP “ดูดซับเอทิลีน” ซึ่งไม่ถูกต้อง 1-MCP ไม่ได้ดึงเอทิลีนออกจากอากาศเลย แต่ทั้งสองอย่างใช้ร่วมกันได้ หลังรม 1-MCP แล้ว ซองดูดเอทิลีนช่วยคุมระดับเอทิลีนในอากาศให้ต่ำตลอดการขนส่งระยะไกล ทั้งสองอย่างใช้แทนการควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ และซองดูดเอทิลีนที่ใช้ด่างทับทิม (โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต) มีสารออกซิไดซ์ จึงต้องไม่ให้สัมผัสกับอาหาร

สถานะในต่างประเทศ

สถานะของสาร 1-MCP ตามกฎระเบียบต่างประเทศ

ข้อมูลทั้งหมดในส่วนนี้เป็นสถานะของสาร 1-MCP ไม่ใช่ของ FreshTrap สถานะของสารกับสถานะของผลิตภัณฑ์เป็นคนละเรื่องกัน เช่น ในสหรัฐอเมริกา การขึ้นทะเบียนทำเป็นรายผลิตภัณฑ์

ความปลอดภัยและการขึ้นทะเบียน
  • สหรัฐอเมริกา: การขึ้นทะเบียน

    US EPA ขึ้นทะเบียนสาร 1-MCP ครั้งแรกในเดือนเมษายน 1999 และการขึ้นทะเบียนครั้งนั้นกำหนดให้ใช้ในพื้นที่ปิดเท่านั้น (เอกสารข้อเท็จจริงของ US EPA) ในสหรัฐอเมริกา การขึ้นทะเบียนทำเป็นรายผลิตภัณฑ์ สาร 1-MCP ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย US EPA ในผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น FreshTrap ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ EPA

  • สหรัฐอเมริกา: สารตกค้าง

    US EPA ยกเว้นการกำหนดค่าตกค้างของ 1-MCP บนผักและผลไม้ (สหรัฐอเมริกา, 40 CFR 180.1220, ปี 2002) การยกเว้นนี้เป็นกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ตลาดอื่นมีกฎของตัวเอง

  • สหภาพยุโรป

    สหภาพยุโรปอนุมัติ 1-MCP ในฐานะสารออกฤทธิ์ไว้ถึง 31 กรกฎาคม 2034 (Reg. (EU) 2019/1085)

  • Codex Alimentarius

    ไม่มีค่า MRL ของ Codex สำหรับ 1-MCP เพราะสารนี้ไม่อยู่ในดัชนีสารกำจัดศัตรูพืชของ Codex (ตรวจสอบเมื่อ 26 กันยายน 2026)

  • ผลผลิตอินทรีย์

    ไม่อนุญาตให้ใช้ 1-MCP ในสินค้าอินทรีย์ที่รับรองโดย USDA (USDA AMS) หน่วยรับรองเกษตรอินทรีย์อื่นกำหนดกฎของตัวเอง จึงควรตรวจสอบกับหน่วยรับรองที่คุณใช้อยู่

FreshTrap อยู่ระหว่างดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร เรื่องสารตกค้างในตลาดปลายทาง สอบถามทีมเทคนิคของเรา และตรวจสอบกฎของตลาดนั้นประกอบด้วย ข้อมูลการจับถือ สารตกค้าง และความปลอดภัยฉบับเต็มอยู่ในหน้าความปลอดภัยและการขึ้นทะเบียน

มือถือถุงซิปบรรจุผง 1-MCP สีขาวในแอลฟา-ไซโคลเด็กซ์ทริน ติดป้ายวันที่ของล็อตการผลิต

จากซีเอชโอเอ็น เคมีคอล

FreshTrap: 1-MCP ที่สังเคราะห์และตรวจคุณภาพในประเทศไทย

FreshTrap คือซองสาร 1-MCP ของซีเอชโอเอ็น เคมีคอล ภายในบรรจุ 1-เมทิลไซโคลโพรพีนความบริสุทธิ์สูงในตัวพาแอลฟา-ไซโคลเด็กซ์ทริน ซอง 0.03% ซองละ 0.5 กรัม

เราสังเคราะห์ 1-MCP ในระบบปิด แล้วกักเก็บไว้ในผงแอลฟา-ไซโคลเด็กซ์ทริน ก๊าซจะปลดปล่อยออกมาเมื่อโดนความชื้น รายละเอียดวิธีผลิตและการตรวจสอบอยู่ในหน้าเทคโนโลยีและการควบคุมคุณภาพ

ซีเอชโอเอ็น เคมีคอล เป็นบริษัทเคมีสังเคราะห์สัญชาติไทย บริษัทก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างทีมนักวิจัยและคณาจารย์จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย FreshTrap คือผลิตภัณฑ์ตัวแรกของเรา ดูผลิตภัณฑ์ของเรา และอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับซีเอชโอเอ็น เคมีคอล

  • ซอง 0.03% ซองละ 0.5 กรัม: บรรจุในถุงซิปตั้งได้ขนาด 400 กรัม ถุงละ 800 ซอง ส่วนแบบเม็ดและแบบผงมีให้ตามคำขอ
  • ตรวจทุกล็อตการผลิต: ยืนยันโครงสร้างด้วย NMR และวิเคราะห์ปริมาณด้วย GC-MS
  • ปริมาณการใช้ที่ออกแบบร่วมกับคุณ: ปริมาณการใช้ขึ้นกับปริมาตรของพื้นที่ปิด ชนิดพืช และระยะเวลาขนส่ง — เราออกแบบปริมาณร่วมกับคุณ
  • ผลที่คาดหวังได้: จากการทดสอบภายในของบริษัท ผลผลิตยืดอายุได้ 7–20 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดพืชและสภาพการเก็บรักษา (การทดสอบภายในของบริษัท)

ดูข้อมูล FreshTrap ขอทดลองใช้กับผลผลิตจริง

ขั้นต่อไป

ดูผลของ 1-MCP กับผลผลิตของคุณเอง

FreshTrap คือ 1-MCP ในซอง 0.03% สังเคราะห์และตรวจคุณภาพในประเทศไทย ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ หรือขอทดลองใช้พร้อมติดตามผล โดยบรรจุชุดควบคุมกับชุดที่รมในวันเดียวกัน เก็บแบบเดียวกัน ถ่ายภาพตั้งแต่วันที่ 0 และเราออกแบบปริมาณการใช้ร่วมกับคุณ

ดูข้อมูล FreshTrap ขอทดลองใช้กับผลผลิตจริง

จะรมทั้งห้องเย็นหรือทั้งตู้คอนเทนเนอร์ หรือกำลังศึกษาวิจัยเรื่อง 1-MCP ปรึกษาทีมเทคนิค

02-448-6244095-264-5626contact@chonchemical.com

เอกสารอ้างอิง

งานวิจัยที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับสาร 1-MCP ไม่ใช่ผลทดสอบของ FreshTrap

Blankenship & Dole (2003). Postharvest Biology and Technology 28:1–25. doi:10.1016/S0925-5214(02)00246-6 — บทความทบทวน: 1-MCP จับกับตัวรับเอทิลีนได้แน่นกว่าเอทิลีนประมาณ 10 เท่า

Hu et al. (2017). BioResources 12(1):2234–2248 — บทความทบทวน: พืชสร้างตัวรับใหม่ได้ตามเวลา ผลของ 1-MCP จึงเป็นการชะลอ bioresources.cnr.ncsu.edu

Watkins (2006). Biotechnology Advances 24:389–409. doi:10.1016/j.biotechadv.2006.01.005 — บทความทบทวน: 1-MCP ชะลอการเสื่อมสภาพ แต่ไม่ได้ควบคุมการเน่าเสีย

Watkins (2008). HortScience 43:86–94. doi:10.21273/HORTSCI.43.1.86 — ปริมาณการใช้ต้องชะลอการสุก ไม่ใช่ปิดกั้นการสุก และผักใบมักได้ประโยชน์เฉพาะเมื่ออยู่ในสภาวะเครียดจากความร้อนหรือจากเอทิลีน

Satekge & Magwaza (2022). International Journal of Fruit Science 22:595–607. doi:10.1080/15538362.2022.2085231 — ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความแก่อ่อน ปริมาณการใช้ พันธุ์ อุณหภูมิ บรรจุภัณฑ์ และจังหวะเวลา

Zhang, Ma, Dong, Terry, Watkins, Yu (2020). Horticulture Research 7:208. doi:10.1038/s41438-020-00405-x — การวิเคราะห์อภิมานจากงานวิจัย 292 เรื่อง: ผลไม้ที่สุกต่อได้หลังเก็บเกี่ยวตอบสนองต่อการรมที่ประมาณ 1 µL/L นาน 12–24 ชั่วโมงดีกว่าเงื่อนไขอื่น ส่วนมะม่วงให้ผลไม่สม่ำเสมอเท่าผลไม้อื่น

Wasala W.M.C.B. et al. (2021). Asian Research Journal of Agriculture 14(1):44–56. doi:10.9734/ARJA/2021/v14i130118 — บทความทบทวนเรื่องกล้วย: การตอบสนองขึ้นอยู่กับความแก่อ่อน และอาจสุกไม่พร้อมกัน จึงต้องควบคุมปริมาณการใช้

Li L., Lichter A., Chalupowicz D. et al. (2016). Postharvest Biology and Technology 111:322–329. doi:10.1016/j.postharvbio.2015.09.031 — ผลไม้ที่ไม่สุกต่อหลังเก็บเกี่ยว: ผลของ 1-MCP มีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่อยู่ที่เนื้อเยื่อสีเขียว

McCollum G., Maul P. (2007). HortScience 42:120–124. doi:10.21273/HORTSCI.42.1.120 — ส้ม (เกรปฟรุต): 1-MCP ชะลอการเปลี่ยนสีเปลือกจากเขียว แต่ทำให้อัตราการหายใจและการสร้างเอทิลีนสูงขึ้น

Porter K., Collins G., Klieber A. (2005). Journal of the Science of Food and Agriculture 85:293–296. doi:10.1002/jsfa.1955 — ผักกาดขาว: อายุการเก็บรักษาไม่เพิ่มขึ้น

Sapbua D., Samniangdee P., Uthairatanakij A., Buanong M. (2013). Acta Horticulturae 970:217–221. doi:10.17660/ActaHortic.2013.970.24 — กล้วยไม้สกุลหวาย 'Red Sonia': อายุการปักแจกันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ผลต่างกันไปตามสายพันธุ์

Moody E.P., Dole J.M., Barnes J. (2014). HortTechnology 24:676–685. doi:10.21273/HORTTECH.24.6.676 — กุหลาบบางสายพันธุ์ไม่ได้อายุการปักแจกันเพิ่มขึ้น การตอบสนองขึ้นกับสายพันธุ์

แหล่งข้อมูลด้านกฎระเบียบ (เกี่ยวกับสาร 1-MCP ไม่ใช่ FreshTrap)

US EPA. 1-Methyl­cyclopropene pesticide fact sheet (PC code 224459), 2009 revision — ขึ้นทะเบียนสาร 1-MCP ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 1999 ใช้เฉพาะในพื้นที่ปิด ความเป็นพิษต่ำ www3.epa.gov

40 CFR §180.1220 — 1-methyl­cyclopropene; exemption from the requirement of a tolerance — การยกเว้นการกำหนดค่าตกค้าง (สหรัฐอเมริกา, 2002) law.cornell.edu

Commission Implementing Regulation (EU) 2019/1085 — การอนุมัติของสหภาพยุโรปสำหรับ 1-MCP ในฐานะสารออกฤทธิ์ ถึง 31 กรกฎาคม 2034 eur-lex.europa.eu

FAO/WHO Codex Alimentarius pesticide index (ตรวจสอบเมื่อ 26 กันยายน 2026) — ไม่มีค่า MRL ของ Codex สำหรับ 1-MCP fao.org

USDA AMS, petitioned substance 1-methyl­cyclopropene — ไม่อนุญาตให้ใช้ในสินค้าอินทรีย์ที่รับรองโดย USDA ams.usda.gov

ปรับปรุงล่าสุด 27 กันยายน 2569